อะไรนะ P/E Ratio ของตลาดจะแตะ 22 เท่าอยู่แล้ว !!

เผื่อใครยังไม่รู้ ตอนนี้ค่า P/E Ratio ของ SET Index บ้านเรา พุ่งเกิน 21 เท่า จนจะแตะ 22 เท่าอยู่รอมร่อแล้ว

screenshot.7

แต่ … แต่ .. ไม่ใช่เป็นผลจากราคาดัชนี (Price) ที่พุ่งสูงขึ้น แถมความจริงดัชนีออกแนวทรง ๆ ทรุด ๆ ด้วยซ่้ำscreenshot.8

งานนี้เป็นผลจาก Earning ซะมาก โดย Earning per index point ของ SET โดยรวม ร่วงลงจากแถว ๆ 85 มาอยู่แค่ 72 กว่า ๆ

screenshot.5(Earning ต่อหน่วยของตลาด คำนวณได้โดยการเอา ระดับราคา หารด้วย P/E Ratio เมื่อคำนวณตัดเศษตัดส่วนกันไปมา Price ก็จะหายไป เหลือแค่ Earning กลับขึ้นมาเป็นตัวตั้ง ให้เราดูตัวเลขกันได้ง่าย ๆ)

แต่ … แต่ … ก็ไม่ใช่ว่าตลาดโดยรวมจะแย่ หลายบริษัทกำไรดีขึ้นด้วยซ้ำ

งานนี้เป็นผลจาก Earning ของหุ้นพี่บิ๊กในกลุ่มพลังงาน ซะมาก อย่าง PTT กำไรต่อหุ้นร่วงจากแถว ๆ 35 บาท มาเหลือ 19 บาท และ PTTEP ร่วงจาก 10 กว่าบาทเหลือ 5 บาท … ทั้งนี้ เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างหฤโหด ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ทำให้บริษัทพลังงานขาดทุนอย่างมโหฬารจากการตีราคา Inventory

screenshot.4

ซึ่งหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ มีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) รวมกันเกิน 10% ของตลาดโดยรวม กล่าวคือ PTT  0.99 ล้านบาท + PTTEP 0.46 ล้านล้านบาท = 1.45 ล้านล้านบาท เทียบกับมูลค่าตลาดทั้งหมด 14.25 ล้านล้านบาท ทำให้ภาวะเฉพาะตัวของหุ้นเหล่านี้ มีผลกระทบต่อตลาดโดยรวมค่อนข้างมาก

จากตัวอย่างนี้ น่าจะพอช่วยให้เข้าใจว่า ค่า P/E Ratio ที่ใช้ดูความถูกแพงของหุ้นหรือของตลาด มันขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ราคาหุ้นอยู่เฉย ๆ ค่า P/E Ratio ก็สูงเองได้ ถ้า Earning ร่วง … และในทางกลับกัน ถ้า Earning ดีขึ้น แต่ราคาหุ้นไม่ขยับขึ้นตาม (มักจะไม่เกิดกรณีนี้) ก็จะทำให้ P/E Ratio ลดลงได้เช่นกัน

ดังนั้น ใครที่ประเมินความถูกแพงของตลาดในช่วงนี้ ต้อง price in ปัจจัยที่เกิดจากหุ้นพลังงานไว้ด้วย คือถ้ามองว่า ในอนาคตราคาน้ำมันจะกลับมาดีขึ้นหรือย่างน้อยก็ทรง ๆ ซึ่งจะทำให้ไม่มีรายการขาดทุน Inventory มากมายอีกแล้ว ในขณะที่ Margin ของธุรกิจตามปกติก็ยังใกล้เคียงเดิม ก็จะทำให้ค่า P/E Ratio ของตลาดลดต่ำลงมาได้เองเช่นกัน โดยที่หุ้นไม่ต้องร่วง 🙂

• กราฟจาก Aspen for Windows
• ข้อมูลจาก Setsmart.com

Advertisements

Leave a Reply