จัดฟันตอนแก่ ไม่แย่อย่างที่คิด :) … เอ๊ะ แล้วเกี่ยวกับลงทุนยังไง ?!?

208750_10150112289561557_7765303_n

(บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 29 มี.ค.2554)

เห็นชื่อเรื่อง ผู้อ่านคงคิดว่า Admin SJ เอาเรื่องอะไรมาผูกกับเรื่องลงทุนอีกแระ คราวที่แล้วก็เอาเรื่องแผ่นดินไหวมาโยงกับการลงทุน (อ่านได้ที่นี่: http://on.fb.me/goF1JO)

 ใช่แล้วครับ คราวนี้คิดไปไกล จนเอาเรื่องการจัดฟันมาเกี่ยวกับการลงทุนอีกจนได้

แต่ก็เพราะผมคิดว่า การจะประสบความสำเร็จในชีวิตและในการลงทุน หัวใจไม่ได้อยู่ที่การรู้ว่า วันนี้จะซื้อหุ้นอะไร หรือไตรมาสหน้า Earning จะเป็นเท่าไรเท่านั้น แต่อยู่ที่ ‘ทัศนคติ’ ในการใช้ชีวิต และ ‘มุมมอง’ ที่มีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว รวมไปถึงการ ‘มองระยะยาว’ ข้ามความผันผวนน่ากลัวในระยะสั้น ๆ เฉพาะหน้า … ส่วนการลงทุนในหุ้นเป็นเพียงแค่มิติของชีวิตแค่มุมหนึ่งเท่านั้นเอง

กลับมาที่เรื่องการจัดฟัน

ผมเป็นคนฟันเกบบนซ้อนล่างล่างซ้อนบนอย่างหนักหน่วงมาตั้งแต่เด็กครับ เพิ่งมาจัดฟันเอาตอนอายุ 29 นี่เอง แต่ผมเป็นคนที่เจอหมอฟันเพื่อขูดหินปูนและเช็คสุขภาพฟันทุก 6 เดือนอย่างสม่ำเสมอ ปรากฎว่าครั้งที่ ‘เป็นเรื่อง’ คือ ขูดหินปูดแล้วเลือดออกมากมาย เหตุเพราะว่าเหงือกอักเสบ ไม่ใช่เพราะแปรงฟันไม่ดีนะครับ แต่เพราะว่าไอ้ฟันที่เกมโหฬารนี่มันบังเหลี่ยมแปรงสีฟัน จนเข้าไปได้ไม่ทั่วถึง

ผมก็ถามหมอว่า แล้วควรทำอย่างไร? หมอให้คำแนะนำว่า “การจัดฟัน จะแก้ปัญหาได้อย่างดี และจะช่วยรักษาเหงือกให้สุขภาพดีมีแรงกอดฟันไปได้นานขึ้นเมื่อยามแก่ และตัวฟันเองก็จะไม่มีเหลี่ยมมากั๊กการแปรงฟัน ผลก็คือฟันจะผุยากขึ้น”

เอาสิครับ… ภาพตัวเองมีเหล็กเต็มปากไปอีกหลายปี อายุอานามก็ย่าง 30 (ณ ปี 2554) แถมต้องเสียเงินหลายหมื่น ผุดขึ้นมาทันใด

ช๊อคไปสักพักก็ตั้งสติได้ ค่อยๆ คิดประเด็นต่าง ๆ ที่จะต้องเจอจากโครงการรลงทุนระยะเวลาร่วม 2 ปี ครั้งนี้ ซึ่งก็ได้ออกมา 4 ข้อดังนี้ครับ

1. ติดเหล็กแล้วหน้าตาจะแย่ลง (ไปกว่านี้) อีกหรือเปล่านะ?

–  มาคิดได้ว่า ของเดิมที่ฟันเกเยอะแยะ มันก็ทุเรศใช้ได้อยู่แล้ว จะเปลี่ยนฟันแย่ ๆ ให้เป็นเหล็กรก ๆ ก็คงไม่แย่ไปกว่ากันเท่าไร

2. เสียเงินหลายหมื่นเชียวหนาแถมต้องเสียเวลาไปหาหมอบ่อย

– พอได้รายละเอียดการแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ก็พอคำนวณได้ว่าพอไหว แถมยังมีเทคโนโลยีการจัดฟันแบบที่หาหมอน้อยลงไปครึ่งหนึ่งของแบบปกติ ให้เลือกด้วย

3. กินอาหารลำบากไปอีก 2 ปี

– อันนี้ต้องทำใจทน แต่ก็จะทำให้เราพิถีพิถันกับการจับของใส่ปากมากขึ้น ซึ่งของที่เหมาะสมก็คือของอ่อน ๆ ชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งกลับจะเป็นผลให้สุขภาพระบบการย่อยอาหารดีขึ้นซะอีก

4. ต้องทนรับคำแซวจากเพื่อน

– คิดว่าจะต้องเจอทั้งคนเห็นด้วยและคนที่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่อง แต่เอาเถอะ ปากเรา สุขภาพเรา

คิดได้ทั้ง 4 ข้อดังนั้นแล้ว อีกไม่กี่วัน ผมก็เดินหน้าโครงการลงทุนทันที เริ่มด้วยการ x-ray ฟัน อุดฟัน (ซึ่งบางซี่ยากมาก ต้องถึงขั้นผ่าตัดกันเลย) ถอนฟันส่วนเกิน และติดอุปกรณ์

จนมาถึงวันนี้ เหลืออีกประมาณ 6 เดือน (ณ มีนาคม 2554) โครงการลงทุนที่ต้องเสียทั้งเงิน เลือด และเวลา ก็จะให้ผลตอบแทนกลับมาแล้ว

ซึ่งผลจากการลงทุนที่ผมจะได้รับคือ

  1. หน้าตาที่จะแย่น้อยลง 😛
  2. สุขภาพฟันที่จะดีขึ้นไปอีกนาน
  3. ความภูมิใจที่ได้ทำอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้กับชีวิต ในช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่อาจเลิกคิดไปแล้ว หรือไม่กล้าทำ
  4. ได้ฝึกการมองระยะยาว ซึ่งคือผลดีที่จะได้รับจากการจัดฟัน พร้อมกับได้ฝึกมองข้ามความลำบาก/ความกลัว ในระยะสั้น (ตาม 4 ข้อข้างต้น)

นอกจากนั้น ระหว่างทางของโครงการ ผมยังได้เรียนรู้มุมมองของคนต่าง ๆ อีกมาก เนื่องจากบุคคลที่ได้พบเห็น จะมีทั้งพวกที่เชียร์ว่าดีแล้ว ซึ่งหลายคนเป็นผู้ใหญ่ที่เริ่มทำตอนอายุมากกว่าเราเสียอีก และก็พวกที่ไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่าการจัดเป็นเรื่องของเด็ก/วัยรุ่นเท่านั้น ประมาณว่า ถ้าอายุเกินจุดหนึ่งไปแล้ว ก็จงเลิกคิด … พูดอีกอย่างก็คือ ผมได้เรียนรู้ทัศนคติของผู้คนรอบตัว ในยามที่เขาได้พบกับเรื่องที่แปลกไปจากค่ามาตรฐานของสังคม

คิดย้อนไป เรื่องทั้งหมดนี้ เสียดายอย่างเดียว ที่เราคิดไม่ได้อย่างนี้ ที่เราไม่ได้เริ่มทำไปตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน แต่ก็นะครับ ของทุกสิ่งต้องมีจุดเริ่มต้น อาจจะช้าไปบ้าง แต่ถ้าไม่เริ่มทั้งชีวิตก็ไม่มีทางเจอความสำเร็จได้ 

คงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า เวลาที่ดีที่สุดในการปลูกไม้ใหญ่ คือ 20 ปีที่แล้ว ส่วนเวลาที่ดีรองลงมา ก็คือการปลูกในวันนี้ ตอนนี้ … ฉันใดก็ฉันนั้น เวลาที่ดีที่สุดในการจัดฟัน อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เรายังเป็นเด็กหรือวัยรุ่น (สำหรับเคสของคนทั่วไปส่วนใหญ่) แต่ถ้าวันเวลานั้นมันผ่านไปแล้ว เวลาที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ ก็คือ วันนี้ ตอนนี้ … การลงทุนก็เช่นกัน 🙂

———-

ป.ล. วันนี้ ณ ปี 2558 ผมจัดฟันเสร็จมาแล้ว 3 ปีกว่า คนรอบตัวลืมกันไปหมดแล้ว ว่าผมเคยฟันเก และเคยจัดฟัน เหลือไว้แต่ภาพของคนที่ฟันสวยสุขภาพฟันดี  จากวันนี้ไปจนสูงวัย 🙂

หมายเหตุ:
• ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.ortho-club.com ซึ่งเป็นคลีนิคที่ผมไปจัดฟันนั่นเอง
• ช่วงอายุและเทคนิกการจัดฟันที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่คำแนะนำของทันตแพทย์เป็นสำคัญ

Advertisements

2 thoughts on “จัดฟันตอนแก่ ไม่แย่อย่างที่คิด :) … เอ๊ะ แล้วเกี่ยวกับลงทุนยังไง ?!?”

  1. ชอบเนื้อหาเพจนี้มาก ที่มากกว่านั้นก็คือทัศนคติขแงแอดมินนี่แหละค่ะ

Leave a Reply