สรุปภาวะตลาด: วันศุกร์ที่ 18 ก.ย. 58

screenshot.600

ระยะสั้นยังอยู่ในขาขึ้น ส่วนระยะยาวก็ยังเป็นขาลง (แบบดูดีขึ้น) // เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องลงมาที่ 35.6xTHB/USD ปลาย ๆ หลังจาก Thailand’s MPC ยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม (ไทยไม่ลดดอกเบี้ย = เงินไม่ไหลออก = เงินบาทไม่อ่อน) และ US’s FED FOMC ก็ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย (สหรัฐฯ ไม่ขึ้นดอกเบี้ย = เงินจากทั่วโลกไม่ไหลเข้า US มากไปกว่านี้ = เงิน US มีแนวโน้มอ่อนค่า = เงินบาทแข็งค่าโดยอัตโนมัติ) แต่แนวโน้มระยะกลางก็ยังเป็นฝั่งอ่อนค่า // ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ลบเยิน // ดัชนีหุ้นไทยแทบไม่ขยับ // น้ำมันและทองคำ ทรงตัว

Wrapup180915กราฟจาก บริการเอสเพน (คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น)

สถานะของตลาดและของปัจจัย

  1. แนวโน้มตลาดระยะกลาง-ยาว (กราฟซ้ายบน): ยังอยู่ในขาลง ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 21 คือลงยาวมาตั้งแต่หลังสงกรานต์
  2. แนวโน้มตลาดระยะสั้น (กราฟซ้ายกลาง): ยังอยู่ในขาขึ้น
  3. การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ในตลาดหุ้น —  ฝรั่งพักการขาย และถ้ามองตั้งแต่ต้นปี ฝรั่งเทขายมาตลอด … ในตลาดฟิวเจอร์ส — ฝรั่งกลับมาซื้อสุทธิ
  4. เงินบาท: แข็งค่าต่อเนื่องมาอยู่ระดับ 35.6x THB/USD  แต่แนวโน้มระยะกลางก็ยังเป็นฝั่งอ่อนค่า
  5. ตลาดหุ้นต่างประเทศ: สหรัฐฯ และ ยุโรป ลบแรง ตามถ้อยแถลงของ US’s FED  FOMC ที่แสดงความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนและ Emerging Market
  6. ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันและทองคำ บวกลบเล็กน้อย

สรุปมุมมอง เมื่อใช้ SET Index เป็นตัวแทนของหุ้นโดยรวม …

  • หากมองตลาดในกรอบเวลาหลายสัปดาห์-หลายเดือน (Weekly time frame) ยังอยู่ในขาลงเป็นสัปดาห์ที่ 21 ติดต่อกัน … ใครมีหุ้น ถ้าดัชนีลงเรื่อย ๆ ยังน่าทยอยปล่อยของ ใครมีเงินสด/Money Market Fund ถือไว้ก่อน
  • หากมองตลาดในกรอบเวลาหลายวัน (Daily time frame) อยู่ในขาขึ้นแล้ว  … ใครมีเงินสด/Money Market Fund พอจะทยอยเปลี่ยนเป็นหุ้นได้ อย่างระมัดระวัง (ที่ต้องระวังเพราะแนวโน้มระยะกลาง-ยาวยังไม่เป็นขาขึ้น ทำให้แนวโน้มระยะสั้นเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย)

ชวนทำความเข้าใจ

  • ข้อมูลที่ได้จากกราฟ ซึ่งใช้เครื่องมือ MACD เป็น “ผล” จาก “เหตุปัจจัยต่าง ๆ” เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น การเมืองไทย การเมืองโลก เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก ภาวะธุรกิจตลอดจนข่าวของบริษัทเอง ฯลฯ … เราจึงดูกราฟเพื่อให้รู้ว่าปัจจัยต้นเหตุต่าง ๆ ในช่วงนี้ ส่งผลต่อราคาในช่วงนี้ต่อไปถึงอนาคต “ใกล้ ๆ” อย่างไรบ้าง … แต่เราไม่สามารถเอากราฟซึ่งเป็น “ผล” กลับไปพยากรณ์ “เหตุ” ในอนาคตได้ กราฟไม่สามารถพยากรณ์การประกาศมาตรการ QE ล่วงหน้าได้ กราฟไม่สามารถกำหนดเนื้อหาใน Speech ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือยุโรปได้ … อาการของราคาหุ้นในตอนนี้จึงไม่สามารถใช้คาดการณ์ราคาหุ้นในอนาคต “ไกล ๆ” ได้อย่างมีเหตุผลเช่นกัน ไม่ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร แนวเทคนิกแบบไหนก็ตาม
  • ข้อมูล ณ ที่นี้ใช้ SET Index เป็นตัวแทน เพื่อให้นำเสนอข้อมูลภาพรวมได้จริงในทางปฏิบัติ ภาวะของหุ้นรายตัวอื่น ๆ อาจต่างไปจากภาวะของตลาดโดยรวมก็ได้ นักลงทุนจึงควรพิจารณาสถานะของหุ้นรายตัวที่นักลงทุนสนใจ ควบคู่กันไป

#ว่ากันตามข้อมูล #ค่อยๆดูไป #รีบปรับตัว #อย่าฝืนความจริง

 

Advertisements

Leave a Reply