Knowledge Resources

ที่สุดของการลงทุนปี 2015 | หุ้นไทย หุ้นนอก กองทุนรวม ภาวะเศรษฐกิจ

screenshot.74

ปี 2015 ผ่านไป ปี 2016 ผ่านเข้ามา มาดูกันว่า การลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดปี 2015 เป็นอย่างไรบ้าง

① ดัชนีหุ้นไทย (ข้อมูลจากบริการเอสเพน)

screenshot.62

เมื่อพิจารณาจากดัชนีผลตอบแทนรวมหรือ Total Return Index (TRI) ของหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนทั้งผลจากราคาหุ้น การจ่ายปันผล และการได้รับสิทธิต่าง ๆ เช่น หุ้นปันผล ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrants) ไว้หมดแล้ว พบว่าปีนี้เป็นที่ไม่สดใสเอาซะเลยของหุ้นไทย ดัชนีหุ้นทุกตัวติดลบทั่วหน้า มากบ้าง น้อยบ้าง ดังนี้

  1. กลุ่มหุ้นเล็กหรือ mai … ลบเยิน ดิ่งไป 24.63% (ปี 2557 บวก 98.95%)
  2. กลุ่มหุ้นใหญ่ หรือ SET50 TRI ลบไป 16.03% (ปี 2557 บวก 16.98%)
  3. กลุ่มหุ้นปันผล หรือ SET 30 High Dividend TRI ลบ 15.36% (ปี 2557 บวก 9.31%)
  4. หุ้นโดยรวม หรือ SET TRI ลบน้อยสุดคือ 11.23% (ปี 2557บวก 19.11%)

เท่ากับว่า หุ้นเล็ก ที่ขึ้นมาแรงมากในปีก่อน ปีนี้กลับนำหน้าดิ่งลงไปแรงสุด ตามมาด้วยหุ้นใหญ่ SET50 ที่ลงไปตามแรงขายของต่างชาติที่กระหน่ำมาตลอดปี 2558 ส่วนหุ้นปันผล SETHD ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ลบไปไม่น้อย (ปีก่อนที่เขาบวกกันแรง ๆ หุ้นปันผลก็ตามหลังเช่นกัน) ในขณะที่หุ้นโดยรวม ๆ ก็ลบ แต่ในอัตราที่น้อยสุด

② หุ้นไทยรายตัว (ข้อมูลจาก setsmart.com และ บริการเอสเพน)

ในปีที่แย่ของตลาดโดยรวม ก็ยังมีหุ้นที่บวกได้เป็นเท่าตัวอยู่เช่นกัน โดย 3 อันดับแรกที่บวกร้อนแรงที่สุด คือ

  1. บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ TAPAC บวกขึ้นมาจาก 3.04 บาท เมื่อปลายปี 2557 มาอยู่ที่ 22.30 บาท เมื่อสิ้นปี 2558 หรือบวก 666.5% (เกือบ 7 เด้ง)
  2. บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL บวกขึ้นมาจาก 5.75 บาท มาอยู่ที่ 18.20 บาท  หรือบวก 216.5% (2 เด้งเศษ)
  3. บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPCO บวกขึ้นมาจาก 6.40 บาท มาอยู่ที่ 14.50 บาท หรือบวก 173.4% (เกือบ 2 เด้ง)

screenshot.65

3 อันดับแรกที่ร่วงเยินที่สุด คือ

  1. บริษัท แอสเซท ไบร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ ABC ร่วงจาก 1.61 บาท เมื่อปลายปี 2557 มาเหลือเพียง 0.46 บาท เมื่อสิ้นปี 2558 เท่ากับร่วงลงไป 71.4% (เหลือเพียง 1 ใน 4 ) และที่ดราม่าที่สุดด้วยเช่นกันคือ หุ้นนี้เป็นหุ้นที่พุ่งแรงที่สุดในปี 2557 (บวกไป 27 เด้ง) ใครออกไม่ทันก็ตัวใครตัวมันครัช
  2. บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ DNA ร่วงจาก 3.00 บาท  เหลือเพียง 1.71 บาท เท่ากับร่วงลงไป 43% (เหลือเพียงครึ่งเดียว)
  3. บริษัท ซีเคพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ร่วงจาก 3.40 บาท เหลือเพียง 1.98 บาท  เท่ากับร่วงลงไป 41.8% (หายไปเกือบครึ่ง)

screenshot.67

 ③ กองทุนรวมที่ซื้อได้ในประเทศไทยซึ่งรวมกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ  (ข้อมูลจาก treasurist.com)

  1. กองทุนหุ้นและหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม
  2. กองทุนตราสารหนี้
  3. กองทุนผสม
  4. กองทุนตลาดเงิน 
  5. กองทุนหุ้นระยะยาว (LTF)
  6. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

จะเห็นได้ว่า ในวงการกองทุนรวม แม้จะเป็นหลักทรัพย์ประเภทเดียวกัน (Same asset class) กองทุนที่ดีที่สุด กับ แย่ที่สุด สามารถให้ผลตอบแทนต่างกันมหาศาล นักลงทุนจึงต้องเลือกบลจ.และกองทุนให้ดี

④ ดัชนีหุ้นต่างประเทศ (ข้อมูลจาก tradingeconomics.com)

  • บวกมากที่สุด: เวเนซูเอลา (IBVC) บวกไป 271% ตามมาด้วย จาไมก้า (JMSMX) บวกไป 96%
  • ลบมากที่สุด: ยูเครน (PFTS) ลบไป 39% ตามมาด้วย โคลอมเบีย (COLCAP) ลบไป 22%

screenshot.72(กราฟจาก bloomberg.com)

⑤ สินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ (ข้อมูลจากบริการเอสเพน)

  • น้ำมันดิบ (Brent): ร่วงเยินต่อเนื่องไปอีก 36.2% (ปี 2557 ดิ่งลงไปแล้ว 48.5%)
  • ทองคำ: ลบไป 10.2% (จากที่ปีก่อนทรง ๆ) น่าจะมีสาเหตุจากความชัดเจนของมาตรการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มาถึงยุคท้าย ๆ ของ QE แล้ว

screenshot.70

⑥ เงินตราต่างประเทศสกุลสำคัญเทียบกับค่าเงินบาท (ข้อมูลจากบริการเอสเพน)

  • US Dollar: เงินบาทอ่อนค่าลง 9.6% เทียบกับ USD ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่กำลังจะเพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ ผู้ส่งออกด้วยสกุล USD จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 10% ขณะที่ผู้นำเข้าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเกือบ 10% เช่นกัน
  • Japanese Yen: เงินบาทอ่อนค่าลง 9.1% เทียบกับ JPY ทำให้คนที่ไปเที่ยวญีปุ่นปีนี้ ต้องจ่ายแพงกว่าปีก่อนถึง 9%
  • Eurozone Euro: เงินบาทแข็งค่าขึ้นเพียง 1.5% เมื่อเทียบกับ EUR แต่เมื่อดูในรายละเอียดระหว่าง ก็มีความผันผวนอย่างมากเหมือนกัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรยังฟื้นตัวช้าและไม่ชัดเจน ใครที่ไปเที่ยวยุโรปช่วงต้นปี 2558 ถือว่าโชคดีเพราะได้ซื้อของถูก (เงินยูโรอ่อน) แต่ใครที่ไปช่วงท้าย ๆ ของปีก็จะซื้อของแพงขึ้น (เงินยูโรแข็งขึ้น)
  • screenshot.69

ของแถม 1: ที่สุดของตัวเลขเศรษฐกิจรอบโลก (ข้อมูลจาก tradingeconomics.com)

  1. การขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP Growth เทียบกับปีก่อน)
    • สูงสุด: ไนจีเรีย บวก 9.19% 
    • ต่ำสุด: โบลีเวีย ลบ 9.72%
    • ไทย: บวก 2.90%
  2. อัตราเงินเฟ้อ (ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งแสดงถึงการด้อยค่าของเงินสกุลท้องถิ่น)
    • สูงสุด: ซูดานใต้ บวก 73.60%
    • ต่ำสุด: เลบานอน ลบ 3.90%
    • ไทย: ลบ 0.97%
  3. สัดส่วนหนี้ภาครัฐต่อ GDP (ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งแสดงถึงภาระหนี้ของรัฐบาล)
    • สูงสุด: ญี่ปุ่น 230%
    • ต่ำสุด: Saudi Arabia 1.60% (รัฐบาลแทบจะไม่มีหนี้)
    • ไทย: 45.7%
  4. จำนวนประชากร
    • สูงสุด: จีน 1,367 ล้านคน
    • ต่ำสุด: โมนาโก 4 หมื่นคน (แค่นั้นเอง)
    • ไทย: 67 ล้านคน
  5. GDP per capita Purchasing Power Parity (PPP)-adjusted (ผลผลิตมวลรวมต่อรายประชากรที่ปรับความแตกต่างของค่าเงินและอำนาจซื้อแล้ว — ใช้สะท้อนถึงระดับความเจริญและคุณภาพชีวิตได้ระดับหนึ่ง)
    • สูงสุด:
      (1) มาเก๊า $133,905 (4.82 ล้านบาท) ต่อคนต่อปี
      (2) กาต้าร์ $133,563 (4.81 ล้านบาท) ต่อคนต่อปี
      (3) หมู่เกาะเคย์แมน $89,400 (3.22 ล้านบาท) ต่อคนต่อปี
    • ต่ำสุด
      (1) โซมาเลีย $547 (19,700 บาท) ต่อคนต่อปี
      (2) อัฟริกากลาง $578 (20,800 บาท) ต่อคนต่อปี
      (3) บูรุนดี $758 (27,300 บาท) ต่อคนต่อปี
    • ไทย: $13,987 (503,500 บาท) ต่อคนต่อปี
    • ตัวเลข GDP per capital PPP-adjusted ของ Macao สูงกว่า Somalia 245 เท่า (ลดลงจากปีก่อนที่ 255 เท่า) และสูงกว่าไทย 9.6 เท่า (ลดลงจากปีก่อนที่ 9.9 เท่า)

ของแถม 2: ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2558 และประมาณการปี 2559 (ข้อมูลจาก bot.or.th ณ 25 ธันวาคม 2558)

  1. ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2558
    1. มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่แย่ลงกว่าประมาณการณ์ ณ สิ้นปี 2557 … คือล่าสุดคาดว่าตลอดปี 2558 เศรษฐกิจจะเติบโต 2.8% ขณะที่ปลายปีก่อนมองไว้ว่าจะเติบโต 4.0%
    2. การส่งออกฟื้นตัวช้าเนื่องจากประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างยุโรป ญี่ปุ่น และจีน เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าที่คาด
    3. ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อลดลงมาก เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่อง
  2. ประมาณการเศรษฐกิจปี 2559
    1. GDP ขยายตัวลดลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.7% (ณ กันยายน 2558) เหลือ 3.5% (ณ ธันวาคม 2558)
    2. เงินเฟ้อลดต่ำลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก โดยเงินเฟ้อทั่วไป (คิดจากราคาสินค้าทุกชนิด) อยู่ในระดับต่ำที่ +0.8% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ +1.2% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมราคาพลังงานและอาหารสดที่ผันผวนมากกว่า) จะอยู่ในระดับ +0.9% เช่น ซึ่งใกล้เคียงประมาณการเดิม

screenshot.68

ส่วนเหตุการณ์จริงในปี 2016 จะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป อย่างใกล้ชิดครับ สวัสดีปีใหม่คร้าบบ 😀

[ติดตาม TIF ทาง LINE ได้ที่ http://line.me/ti/p/%40thinvestforum]

Advertisements

1 reply »

  1. มาเก๊า สุดยอดไปเลย GDP ขึ้นเพราะคาซิโน เปล่าคับเนี่ย

Leave a Reply

Your email address will not be published.