ได้ประโยชน์ครบเครื่องไปกับ CIMB-PRINCIPAL iPROP RMF

cimb-1200x628-dเมื่อพูดถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ สำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดา ก็อาจจะหมายถึงการซื้อที่ดินแปลงไม่ใหญ่นัก คอนโดมิเนียม หรือบ้านเดี่ยว และสำหรับนักลงทุนที่เป็นนิติบุคคล ก็จะขยายขอบเขตขึ้นมาเป็นโครงการขนาดใหญ่ขึ้น อย่างเช่น การสร้างคลังสินค้า ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงาน

ซึ่งการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นประเภทใด จะให้ผลตอบแทนหลัก ๆ 2 รูปแบบคือ (1) ค่าเช่า ซึ่งเกิดจาการสัญญาเช่าระยะยาวที่ทำให้ได้รับกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และ (2) กำไรจากมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลธรรมดา หรือของนิติบุคคล สิ่งที่เหมือนกันคือ มักจะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ และสภาพคล่องในการซื้อขายไม่สูงเหมือนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือกองทุนรวม

เมื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีความโดดเด่นในด้านกระแสรายได้ที่มั่นคงจากค่าเช่ารวมถึงโอกาสในการได้กำไรจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้น จึงมีการนำอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่มีกรรมสิทธิ (Freehold) และที่มีสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) มาจัดตั้งเป็นกองทุนรวมเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าร่วมลงทุนได้โดยใช้เงินไม่มาก และมีสภาพคล่องในการซื้อขาย และด้วยการที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (รวมถึงกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT ซึ่งต่อไปจะเรียกรวมกันว่า กองทุนอสังหาฯ) มีรายได้สม่ำเสมอจากค่าเช่า ทำให้ราคาหน่วยลงทุนมีความผันผวนต่ำกว่าหุ้นค่อนข้างมาก ขณะที่ให้ผลตอบแทนสูงใกล้เคียงกับดัชนีหุ้น โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีล่าสุด

screenshot-380(กราฟ: บริการเอสเพน)

และเนื่องจากกองทุนอสังหาฯ มีกระแสรายได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงมีการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่ลงทุนในกองทุนอสังหาฯ (Property RMF) เพื่อตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและตราสารหนี้

หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่นำเสนอ Property RMF เป็นรายแรก ๆ ก็คือ บลจ. CIMB-PRINCIPAL และหนึ่งใน Property RMF ที่โดดเด่นก็คือ “CIMB-PRINCIPAL iPROP RMF”

CIMB-PRINCIPAL iPROP RMF ก่อตั้งในปี 2555 ณ 30 กันยายน 2559 มีการลงทุน 80% ในกองทุนอสังหาฯ (ทั้ง Property Fund และ REIT) 5% ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอคล้ายกองทุนอสังหาฯ และ 13% ในเงินฝากออมทรัพย์

โดยการลงทุน 5 อันดับแรกประกอบด้วย 15% ใน TLGF (เทสโก้ โลตัส รีเทล) 13% ใน CPTGF (ซี.พี.ทาวเวอร์) 13% ใน CPNRF (ห้างเซ็นทรัล) 7% ใน LHSC (ห้าง Terminal 21) และ 5% ใน QHPF (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี และอาคารสำนักงานอื่น ๆ)

และที่น่าสนใจมากคือ CIMB-PRINCIPAL iPROP RMF สามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นเหนือกว่าดัชนีชี้วัด (Benchmark) ซึ่งคือ Property Fund & REITS Index ได้อย่างต่อเนื่อง (Benchmark นี้ยังไม่รวมผลตอบแทนจากเงินปันผล) โดยช่วง 1 ปีทีผ่านมาให้ผลตอบแทนสูงถึง 27.87%

screenshot-401

กองทุนนี้สามารถเริ่มลงทุนด้วยเงิยเพียง 5,000 บาท และหากถือจนครบตามเกณฑ์ด้านภาษี (ผู้ลงทุนอายุไม่น้อยกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และถือลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี) เมื่อขายจะได้รับเงินภายใน 5 วันทำการ

ใครที่สนใจการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดี(ถึงดีมาก) แต่มีความผันผวนของราคาต่ำกว่าหุ้น แถมยังได้ลดหย่อยภาษีไปพร้อมกับการเสริมสร้างความมั่นคงของฐานะผ่านการลงทุนระยะยาวอย่างกองทุน CIMB-PRINCIPAL iPROP RMF สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา หรือ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด โทร 0-2686-9595

[Special Content]

Facebook Comments
Advertisements

Leave a Reply