เมืองไทยยูแอล 1 ในโครงการ Beyond Savings 1 & 2 .. เปิดโอกาสรับผลตอบแทนสูง ไปพร้อมกับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ทางภาษี

mtl-beyond-saving-01

เป้าหมายทางการเงินของชีวิตมนุษย์เงินเดือนก็คือ การเก็บเงินเพื่อฐานะการเงินที่มั่นคง และรองรับการใช้ชีวิตวัยเกษียณได้อย่างพอเพียง ในฝั่งผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ก็มีผลิตภัณฑ์ 2 ประเภทหลัก ๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กล่าวถึง นั่นก็คือ ประเภทที่เปิดโอกาสให้ผลตอบแทน (Investment) เช่น กองทุนรวม หุ้น ตราสารหนี้ และประเภทที่ให้ความคุ้มครอง (Protection) ซึ่งได้แก่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต

อย่างไรก็ดี ยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกรูปแบบหนึ่งที่จับเอาทั้ง Investment และ Protection มารวมไว้ด้วยกัน ซึ่งเรียกผลิตภัณฑ์นี้ว่า “Universal Life Insurance” หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า UL (ยูแอล)

UL เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่เปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าประกันชีวิตโดยทั่วๆ ไป พร้อมกับการให้ความคุ้มครองชีวิต โดย UL มักจะออกแบบให้มีระยะเวลาคุ้มครองยาวนาน ทำให้ผู้ถือกรมธรรม์ UL ได้รับประโยชน์ 3 ด้าน คือ ด้านโอกาสในการรับผลตอบแทน ด้านความคุ้มครองชีวิต และด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีไปพร้อมๆ กัน

mtl_ul

(1) เบี้ยประกันของแบบประกันภัยนี้ สามารถ นำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับเงินได้ ฉบับที่ 172 ซึ่งประกาศ ณ วันที่  30 ธ.ค. 2551)

ในช่วงที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิต ได้นำเสนอ “เมืองไทยยูแอล 1 สินเพิ่มทรัพย์ ในโครงการ Beyond Savings 1” ซึ่งจำกัดความเสี่ยงในส่วนของการลงทุนในหุ้นสามัญไว้ไม่เกิน 10% พร้อมกับให้ความคุ้มครองชีวิต 130% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระครั้งเดียวตลอดอายุความคุ้มครอง (Single premium) และรับรองเงินครบสัญญาที่  115% ของเบี้ยประกันภัย

และล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ โดยการเปิดตัว “เมืองไทยยูแอล 1 สินทวีคูณ ในโครงการ Beyond Savings 2” ซึ่งจะมีจุดต่างอยู่ที่การเพิ่มสัดส่วนที่จะลงทุนในหุ้นสามัญเป็นไม่เกิน 20% โดยยังเน้นการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก และมีส่วนผสมของเงินฝากซึ่งมีความมั่นคงอยู่ด้วย โดยรับรองเงินครบสัญญาที่ 105% ของเบี้ยประกันภัย

mtl_ul1_bs2

จะเห็นได้ว่า จุดเด่นที่สำคัญของโครงการ Beyond Savings 2 คือการเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนในหุ้นสามัญ ซึ่งหากคำนวณคร่าว ๆ จากสภาวะตลาดในปัจจุบัน โดยสมมติว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นเฉลี่ย 8% ต่อปี (โดยประมาณการผลตอบแทนจากตราสารหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 3.5% ต่อปี) และคำนวนจากเบี้ยประกันภัย 100,000 บาท เมื่อผ่านไป 10 ปี เงินครบสัญญาที่ได้รับ จะประมาณ 124,520 บาท ส่วนของโครงการ Beyond Savings 1 จะประมาณ 119,510 บาท (ตัวอย่างสมมติสำหรับลูกค้าเพศชาย อายุ 35 ปี)

และในกรณีที่ผลตอบแทนจากหุ้นสูงขึ้นไปอีก ก็จะทำให้ผลตอบแทนรวม สูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่มี เงินครบสัญญาไว้ให้สบายใจที่ 105% ของเบี้ยประกันภัย ในปีที่ 10 จึงเรียกได้ว่ามี upside ที่เปิดกว้างขึ้น แต่ downside ไม่มีขาดทุน

ใครที่สนใจแบบประกันที่ครบเครื่องทั้งผลตอบแทน ความคุ้มครองชีวิต และสิทธิประโยชน์ทางภาษี พร้อมกับมีมุมมองว่าการลงทุนระยะยาวในหุ้นจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนดีแล้วล่ะก็ Beyond Savings 2 คือตัวเลือกที่โดดเด่น และหากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://goo.gl/TC3hVB หรือ โทร 1766

คำเตือน : ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

[Special Content]

Advertisements

Leave a Reply