Thoughts & Quotes

คุณออกเดิน เราแจกเงิน | กรณีศึกษา Gamification โครงการสุขภาพของสิงคโปร์

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกชักจูงได้ (พูดอีกอย่างคือ “หลอกล่อได้”) ขอให้มุกที่ใช้ชักจูงนั้นสนุกและมีเป้าหมายเป็นการได้ประโยชน์อะไรสักอย่าง

ตัวอย่างที่ชัด ๆ คือผู้ผลิตเกมส์ จะออกแบบการดำเนินเกมส์ให้ชักจูงเราให้เล่นเกมส์ต่อไปเรื่อย ๆ โดยวางรางวัลดักหน้าไว้ตลอดทาง เมื่อเล่นไปไกลถึงจุดหนึ่ง ก็ได้รางวัล (เช่น การได้ไอเท็มใหม่ การปลดล็อคด่านใหม่) พอได้รางวัลก็อยากเล่นต่อ เพื่อหวังรางวัลถัดชิ้นหน้า ไปกลไกต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ..

กลไกแบบนี้ในสายกลยุทธ์เลยจะเรียกว่า “Gamification” (เก-มิ-ฟิ-เค-ชึ่น :P) หรืออธิบายเป็นไทยง่าย ๆ ก็คือ “ทำให้มันเป็นเกมส์”

 

และในเมื่อมนุษย์มีปฏิกิริยาต่อสิ่งชักจูงต่าง ๆ ในทำนองเดียวกัน (คือถ้าชักจูงดี ก็จะทำตามไปเรื่อย ๆ) ดังนั้น Gamification จึงไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้ในวงการเกมส์เท่านั้น ดังเช่นที่ คณะกรรมการสนับสนุนสุขภาพในสังกัดกระทรวงสาธารณะสุขของสิงคโปร์ (Health Promotion Board, Singapore) ได้นำหลัก Gamification มาใช้ชักจูงให้คนสิงคโปร์มีสุขภาพดี ผ่านโครงการ

“National Steps Challenge”

ซึ่งโครงการ National Steps Challenge นี้ถูกจัดมาแล้วถึง 3 ฤดูกาล โดยเปิดให้ประชาชนโหลด App ที่ชื่อ Health Hub และเชื่อมกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลกิจวัตร หรือ Tracker

โดยตัว Tracker นี้ จะใช้ของแบรนด์ชื่อดังที่มีอยู่กับตัวแล้วก็ได้

หรือจะขอรับฟรีจากรัฐบาลก็ได้ (ใช่ครับ รัฐบาลแจก Tracker ให้ใช้กันฟรี ๆ)

และต่อให้ไม่มี Smartphone ไว้ลง App ก็สามารถเอา Tracker ที่ได้รับแจก ไปอัปเดทข้อมูลที่เครื่อง Kiosk ซึ่งตั้งไว้ตามที่สาธารณะต่าง ๆ ได้ด้วยเช่นกัน .. เรียกได้ว่า มีความพยายามให้คนทุกกลุ่มได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ

(ภาพจาก www.healthhub.sg)

ส่วนรางวัลที่ใช้ในการชักจูงผู้คนมาเข้าร่วมโครงการ ก็ไม่ได้บ้าน ๆ แต่แบ่งเป็นถึง 3 แบบ ทั้งแบบบุคคล องค์กร และชุมชน

  • แบบบุคคล ถ้าวันไหนเดินได้ 5,000 ก้าว จะได้ 10 คะแนน (คิดรายวัน) 7,500 ก้าว จะได้ 25 คะแนน และถ้าได้ถึง 10,000 ก้าว จะได้ 40 คะแนน (จำกัดที่ 40 คะแนนต่อวัน) และเมื่อสะสมได้ครบ 750 คะแนน จะได้รับรางวัลเป็น Voucher มูลค่า $5 คำนวณแล้วคือการเดินวันละ 10,000 ก้าว ติดกัน 19 วัน หรือถ้าเดินน้อยกว่านี้ ก็จะใช้เวลามากขึ้น .. เมื่อได้คะแนนอีก 1,500 คะแนน จะได้ Voucher มูลค่า $10 .. และทุก ๆ 750 คะแนน (ที่เกิน 750 + 1500 คะแนนแรก) จะได้ Voucher 750 คะแนนละ $5

  • แบบองค์กร บริษัทสามารถลงทะเบียนและชวนพนักงานเข้าร่วมโครงการในโหมดองค์กรได้ด้วย โดยองค์กรที่มีค่าเฉลี่ยจำนวนก้าวต่อรายพนักงาน สูงสุด ตัวบริษัทจะได้รับรางวัลถึง $10,000 (240,000 บาท) สำหรับองค์กรที่มีพนักงานตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป และ $5,000 (120,000 บาท) สำหรับองค์กรทีมีพนักงานไม่ถึง 200 คน .. เท่ากับว่ารัฐบาลสิงคโปร์จัด Gamification ไปยังผู้บริหารองค์กรอีกช่องทางด้วย

  • แบบชุมชน ประชาชนสามารถเข้าร่วมกับชุมชนหรือสมาคมต่าง ๆ เพื่อนำยอดการเดินไปเปลี่ยนเป็นเงินบร่ิจาค โดยภาพรวม ชุมชนหรือกลุ่มที่มียอดเดินเฉลี่ย 10,000 ก้าวขึ้นไป จะเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค $1,000 เหรียญ (อ่านรายละเอียดเงื่อนไขได้ที่ https://www.healthhub.sg/programmes/124/community-challenge)

เมื่อมองรอบด้านแล้ว โครงการช่วยนี้สร้างประโยชน์ให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ไล่กันมาตั้งแต่

  • ประชาชน: ได้มีสุขภาพดีขึ้นผ่านการจูงใจให้เดินเยอะขึ้น แถมยังได้ Voucher เป็นรางวัลติดปลายนวม
  • บริษัทเอกชน: มีพนักงานที่สุขภาพดีขึ้น ลดค่าใช้จ่ายคุ้มครองสุขภาพ และมีลุ้นได้รางวัลเป็นเงินสด
  • ผู้จำหน่าย Tracker: ได้ยอดขายเพิ่มขึ้น
  • ชุมชน: มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น  ภาคประชาสังคมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น
  • รัฐบาล: ได้ข้อมูลสุขภาพประชาชนอย่างเนียน ๆ และช่วยลดงบประมาณด้านสาธารณสุขเชิงแก้ไขได้ในอนาคต ผ่านการใช้โครงการสาธารณสุขเชิงป้องกันแต่เนิ่น ๆ

โดยสรุปที่แล้วที่เขียนมาทั้งหมด คือชื่นชมเขา และอยากเห็นโครงการแบบนี้บ้างในเมืองไทย ส่วนใครอยากศึกษารายละเอียดของโครงการนี้เพิ่มเติม ก็วาร์ปไปได้ที่ https://www.healthhub.sg/programmes

ป.ล. อยากแปะรูปมากกว่านี้ แต่กลัวติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์จากทางสิงคโปร์ 😛

Advertisements

Categories: Thoughts & Quotes

Leave a Reply

Your email address will not be published.