Investment Articles

Harrison Butcher x Sinwattana | ทำความรู้จักช่องทางซื้อหุ้นนอกตลาด แบบที่ ก.ล.ต. รับรอง

หากเราอยากเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท และไม่ลงแรงตั้งบริษัทเอง อีกทางเลือกหนึ่งก็คือการร่วมถือหุ้นในบริษัทที่นำหุ้นมาเสนอขายให้คนทั่วไป ซึ่งรูปแบบที่คุ้นเคยกันดี ก็คือการซื้อหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ หรือการซื้อหุ้น IPO แล้วเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยรูปแบบนี้จะเป็นหุ้นของบริษัทที่ธุรกิจผ่านการเติบโตมาแล้วหลายปี หรือในบางกรณีอาจเริ่มเกิดสภาวะอิ่มตัวในอุตสาหกรรมบ้างแล้ว

อย่างไรก็ดี มูลค่าหรือ value ของกิจการจะเพิ่มขึ้นในอัตราสูงในช่วงที่ธุรกิจอยู่ในแนวโน้มกำลังเติบโตได้ดี ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากมูลค่าธุรกิจในช่วงเติบโตนี้ ก็คือผู้ก่อตั้งหรือเจ้าของบริษัทตัวจริง เพราะได้ถือหุ้นตั้งแต่บริษัทตั้งใหม่ เช่น ที่ราคาพาร์ หรือหากระหว่างทางบริษัทมีการชักชวนคนมาร่วมลงทุนเพิ่ม (แต่ยังไม่ได้เป็นการทำ IPO) ราคาหุ้นเพิ่มทุนที่ขายเพิ่มภายหลังจากตั้งบริษัท ก็อาจสูงขึ้นจากราคาพาร์ได้ แต่ไม่ถึงขนาดราคา IPO

แต่การจะเป็นผู้ลงทุนในบริษัทที่ยังอยู่นอกตลาด โดยปกติแล้วจะเป็นไปได้ยากมากสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในวงการการเงิน การลงทุน หรือสตาร์ทอัพ .. อาจจะลองถามตัวเองตอนนี้เลย ว่าถ้าเราอยากลงทุนหุ้นนอกตลาด เราจะต้องเริ่มหาข้อมูลที่ไหน จะรู้ได้อย่างไรว่าใครกำลังอยากขายหุ้นบ้าง และช่องทางไหนที่จะรัดกุมไม่ต้องเสี่ยงจะถูกหลอกแต่หัววัน ซึ่งเชื่อว่าคำตอบของคนส่วนใหญ่คือ “ไม่รู้เลย”

อย่างไรก็ดี เมื่อ TIF ถามผู้คนว่า “แล้วสนใจลงทุนในธุรกิจนอกตลาดอย่าง SME หรือ Start Up หรือไม่ ?” คนส่วนใหญ่ถึง 72% ตอบว่า “สนใจ”

ประกอบกับได้รู้มาว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งกำลังระดมทุนผ่านช่องทางที่สำนักงาน ก.ล.ต. รับรองถูกต้อง จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ซึ่งจะเป็นการแนะนำการระดมทุนรูปแบบดังกล่าว

โดยจะขออธิบายให้เข้าใจตรงกันตั้งแต่จุดนี้ ว่าเนื้อหาต่อจากนี้ ไม่ได้เป็นการชี้ให้ลงทุน/ไม่ลงทุนในบริษัทที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้แต่อย่างใด แต่เป็นการแนะนำว่ามีโครงการรูปแบบนี้เกิดขึ้นในวงการลงทุน เพื่อให้ผู้ที่สนใจจริง ๆ มีจุดตั้งต้นให้พิจารณาต่อได้ด้วยตัวเอง และหากใครสนใจไปรับฟังข้อมูลจากบริษัท ก็ได้ให้แนวทางคำถามเบื้องต้นที่แนะนำให้ไปถามเพื่อให้ได้คำตอบชัด ๆ จากเจ้าของโครงไว้ด้วย และบทความนี้เป็น sponsored content ครับ

Crowd Funding Portal

มาถึงจุดนี้ ก็จะขอเข้าเรืองแล้วนะครับ .. หลายคนอาจจะรู้จักเว็บไซต์ระดมทุนเพื่อไปผลิตของล้ำ ๆ แปลก ๆ อย่างเว็บไซต์ kickstarter.com หรือ indiegogo.com ซึ่งในวงการจะเรียกเว็บไซต์ประเภทนี้ว่า Crowd Funding Portal โดยจะมีเจ้าของโครงการต่าง ๆ นำเรื่องราวของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่คือสินค้าที่จับต้องได้ ไปนำเสนอบนเว็บไซต์เหล่านั้น และหากเราพิจารณาแล้วมีความสนใจ เชื่อว่าจะผลิตได้จริง ก็กดสนับสนุน และในกรณีที่โครงการได้รับการสนับสนุนจนถึงขั้นที่กำหนดไว้ Crowd Funding Portal ก็จะตัดเงินจากเราไปส่งให้เจ้าของโครงการ เพื่อเริ่มการผลิต และส่งสินค้าให้เราในภายหลัง

(ตัวอย่างโครงการของ Philips ที่ประสบความสำเร็จ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากกว่า 13,300 ราย ระดมทุนไปผลิตสินค้าได้มากกว่า 200 ล้านบาท)

จะเห็นว่าจุดสำคัญของรูปแบบการระดมทุนลักษณะนี้คือ “ตัวกลาง” หรือ Crowd Funding Portal ที่น่าเชื่อถือ เพราะต้องทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างฝั่งผู้ที่มีโครงการ และฝั่งผู้ที่สนใจสนับสนุน ให้มาพบกัน และเป็นตัวแทนในการรับเงิน เพื่อให้มั่นใจว่า เงินที่เราจะสนับสนุนไป ได้ถูกส่งไปถึงเจ้าของโครงการอย่างครบถ้วน

Equity Crowd Funding Portal

และเมื่อข้ามมาเป็นการระดมทุมเพื่อทำธุรกิจ สิ่งที่ผู้สนใจสนับสนุนโครงการจะได้รับ ก็จะไม่ใช่สิ่งของอีกต่อไป แต่จะเป็น “หุ้น” ตัวกลางในการระดุมทุนแบบนี้ จึงจะเรียกว่า “Equity Crowd Funding Portal” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ECF Portal ซึ่งกระบวนการระดมทุนผ่าน ECF Portal ในประเทศไทย จะมีภาพรวมดังนี้

  1. บริษัทที่ต้องการระดมทุน นำเสนอโครงการต่อ ECF Portal
  2. ECF Portal พิจารณาคัดเลือกบริษัท และอนุญาตให้เผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์
  3. ผู้ลงทุนเลือกบริษัทที่สนใจลงทุน พร้อมกับทำแบบทดสอบความเข้าใจลงทุน และโอนเงินค่าจองซื้อ
  4. หากระดมทุนได้ครบตามที่ต้องการ ด้าน ECF Portal ก็จะโอนเงินทุนให้กับบริษัทที่ต้องการเงินทุน แต่หากระดมทุนได้ไม่ครบ ทาง ECF Portal ก็จะโอนเงินคืนให้ผู้สนใจลงทุน จึงเรียกรูปแบบนี้ว่า all-or-nothing คือถ้าได้เงินไม่ครบ ก็จะยกเลิกทั้งหมด ไม่เดินหน้าทำไปเพียงบางส่วน
  5. โดยกรณีระดมทุนได้ครบ บริษัทเจ้าของโครงการก็จะออกหุ้นให้ผู้ลงทุน และรายงานความคืบหน้าให้นักลงทุนทราบเป็นระยะ

    (อ้างอิงขั้นตอน: sec.or.th)

Equity Crowd Funding Portal ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องในประเทศไทย

และปัจจุบันในประเทศไทย สำนักงานก.ล.ต. ได้พิจารณาอย่างรอบคอบและให้อนุญาตผู้ประกอบการ 2 รายทำธุรกิจเป็น ECF Portal

(อ้างอิง: เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th/TH/Pages/MarketData/ListOperator.aspx)

ซึ่งในกรณีนี้ จะกล่าวถึง ECF Portal ชื่อบริษัท ฟินิกซิคท์ จำกัด ซึ่งให้บริการผ่านเว็บไซต์ www.sinwattana.com

ประเภทผู้ลงทุนใน ECF

โดยผู้สนใจลงทุนจะต้องลงทะเบียนสมัครใช้บริการก่อน ซึ่งจะแบ่งผู้ลงทุนเป็น 3 ประเภท คือ

  1. ผู้ลงทุนรายบุคคลทั่วไป (Retail Investor)
  2. ผู้ลงทุนนิติบุคคล (Non-Retail Corporate Investor): ซึ่งประกอบด้วย สถาบัน Private Equity Trust และ Venture Capital
  3. ผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ (Qualified Investor): ซึ่งส่วนหลักจะประกอบด้วย
    1. บุคคลธรรมดาที่ลงทุนโดยตรงในหุ้นมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป และมีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป โดยไม่รวมที่พักอาศัยประจำ (อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนใช้นับรวมได้) หรือ มีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป หรือ
    2. ผู้บริหาร ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหรือการลงทุน หรือผู้ที่เคยประเมินคุณค่าของผู้ประกอบธุรกิจหรือให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาธุรกิจ มาไม่น้อยกว่า 3 ปี เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน นักวิเคราะห์ กรรมการหรือผู้บริหารหรือผู้รับผิดชอบการลงทุนของสถาบัน หรือผู้บริหารธุรกิจ และต้องมีเงินลงทุนโดยตรงในหุ้นตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป

โดยผู้ลงทุนประเภทที่ 1 จะมีข้อจำกัดให้ลงทุนได้ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อบริษัท และรวมกันทุก ECF Portal ที่ขึ้นกับสำนักงาน ก.ล. ต. ได้ไม่เกิน 1,000,000 บาท ภายใน 1 ปี (หมายความว่า สามารถมียอดเงินลงทุนรวมกันได้เกินกว่า 1,000,000 บาท โดยต้องทยอยลงทุนมากกว่า 1 ปี) และ ต้องผ่านการทดสอบความรู้ด้านการลงทุนเสียก่อน (ทดสอบได้ที่เว็บไซต์) ส่วนผู้ลงทุนประเภทที่ 2 และ 3 ไม่มีข้อจำกัดดังกล่าว (ต้องแสดงหลักฐานให้ ECF Portal พิจารณาก่อน)

ซึ่งขอย้ำ ณ จุดนี้ก่อนว่า บุคคลทั่วไปก็สามารถลงทุนในหุ้นนอกตลาดผ่าน ECF ได้ แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อบริษัท

และเมื่อ ECF Portal พิจารณาอนุมัติการสมัครใช้บริการแล้ว ก็จะสามารถดูรายละเอียดบริษัทที่กำลังระดมทุนอยู่ในปัจจุบันได้ทันที

(ตัวอย่างหน้าจอจริงของ TIF หลังได้รับอนุมัติให้เริ่มลงทุนได้)

บริษัทที่กำลังระดมทุนผ่าน ECF Portal sinwattana.com

ปัจจุบันมีหนึ่งในบริษัทที่กำลังระดมทุนผ่าน ECF Portal www.sinwattana.com คือ บริษัท บานาน่าเค้ก จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจร้านขายเนื้อเจ้าของแบรนด์ Harrison Butcher ซึ่งมีบริษัทแม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอยู่ในจังหวัดสระแก้ว โดยภาพรวมของการระดมทุนครั้งนี้ จะทำไปเพื่อขยายสาขาร้าน

โดยบริษัท บานาน่าเค้ก จำกัด เมื่อแรกก่อตั้งมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แต่หลังจาก 6 พ.ย. 61 เป็นต้นมา ก็มีการเพิ่มทุนขยายธุรกิจรอบใหญ่ กลายเป็นทุนจดทะเบียน 4,500,000 บาท และทยอยเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 13,900,000 บาท ณ 15 พ.ย. 62 .. ด้านผลการดำเนินงานในปี 2561 มีรายได้ 281,418 บาท มีกำไร 3,005 บาท ขณะที่ปี 2560 มีรายได้เพียง 22,474 บาท (อ้างอิง: เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th) ซึ่งลักษณะนี้น่าจะหมายความว่า เดิมบริษัทนี้ยังไม่ได้ดำเนินธุรกิจ แต่หลังจากเพิ่มทุนในช่วงปลายปี 2561 เป็นต้นมา ก็มีกิจกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยจะเห็นจากผลประกอบการปี 2562 ตั้งแต่ต้นปี จนถึง 31 ส.ค. 62 (8 เดือน) ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 8,896,040 บาท และมีกำไรสุทธิ 973,641 บาท (อ้างอิง: งบการเงินภายในก่อนตรวจสอบ ซึ่งเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ www.harrisonbutcher.com/investment)

(คลิปจาก YouTube Channel “Crowdfunding is Easy”)

โดยข้อมูล “เบื้องต้น” ประกอบการตัดสินใจลงทุน สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์นี้ ซึ่งแนะนำให้พิจารณาให้ครบถ้วน

www.harrisonbutcher.com/investment

และสามารถทำความรู้จักร้าน Harrison Butcher (แบรนด์ของบริษัท บานาน่าเค้ก จำกัด) เพิ่มเติมจากบทความของ The Standard และ a day BULLETIN ได้ด้วยการคลิกที่รูปด้านล่าง

งาน Open House เปิดบ้านชิมอาหารและถามคำถามโดยตรงกับผู้บริหาร

ข้อมูลข้างต้น น่าจะช่วยให้ผู้อ่านรู้จัก ECF รวมไปถึง ECF Portal และร้าน Harrison Butcher มากขึ้นพอสมควร สามารถหาโอกาสไปลองในฐานะลูกค้าได้แล้ว แต่สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในโครงการระดมทุนครั้งนี้ด้วย ขอแนะนำอย่างยิ่ง (ขีดเส้นใต้ 3 เส้น) ว่า ควรไปร่วมงาน Open House พบผู้บริหารเจ้าของโครงการโดยตรง เพื่อถามคำถามที่สำคัญต่อการตัดสินใจ พร้อมกับได้ชิมตัวอย่างเมนูจากร้าน Harrison Butcher

ซึ่งคำถาม “ขั้นต่ำ” ที่ TIF แนะนำ ให้พกไปถามในงาน Open House ได้แก่

  1. โครงสร้างการถือหุ้นในปัจจุบัน (ตอนนี้ใครเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีธุรกิจอะไรที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับกิจการของบริษัทนี้บ้าง) และโครงสร้างการถือหุ้นที่จะเปลี่ยนแปลงไปภายหลังการระดมทุน
  2. ประวัติผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารระดับสูง
  3. ผลการดำเนินงานและสถานะการเงินในปัจจุบัน
  4. แผนขยายธุรกิจจากเงินที่ระดมทุนได้ในครั้งนี้
  5. แผนการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์
  6. สภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรม (ใครทำธุรกิจคล้าย ๆ กันบ้าง แตกต่างกันอย่างไร)
  7. ประมาณการณ์ทางการเงิน (รายได้จะมาจากอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วยรายการอะไร)
  8. หลักการที่ใช้ประเมินราคาหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้
  9. สิทธิและข้อจำกัดต่าง ๆ ของผู้ถือหุ้น
  10. กระบวนการจองและยกเลิกการจองซื้อ
  11. สิ่งที่จะเกิดขึ้นหากร่วมระดมทุนไปแล้วแต่ภายหลังพบว่าในภาพรวมีการระดมทุนได้ไม่ครบตามที่บริษัทต้องการ
  12. โอกาสการซื้อขายหุ้นในตลาดรอง (เช่น ซื้อแล้วต่อไปอยากขาย ต้องทำอย่างไร)
  13. แผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

โดยสามารถดูกำหนดการและสำรองที่นั่งในงาน Open House รอบต่าง ๆ ได้จากลิงก์นี้เช่นกัน

www.harrisonbutcher.com/investment

และหากเกิดคำถามขึ้นในใจ ว่าทำไม TIF ไม่นำคำตอบของทั้ง 13 คำถามมาบอกซะเลย แต่ชวนให้ไปงาน Open House .. ก็ต้องขออธิบายว่า

  1. ถ้าเอาคำตอบมาไล่เรียงจะกลายเป็นบทความที่ยาวมาก
  2. ผู้สนใจลงทุนเองอาจมีคำถามอื่น ๆ นอกจากนี้
  3. การเข้าร่วมงาน Open House และชิมเมนูจากร้าน เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ ถือเป็นความบันเทิงพร้อมกับได้รับข้อมูลการลงทุน โดย TIF เองก็ไปร่วมฟังมาแล้ว
  4. สำหรับผู้ที่สนใจเป็นนักลงทุนลักษณะเช่นนี้ ไม่ว่าจะผ่าน ECF Portal หรือมีคนรู้จักชวนลงทุนหุ้นนอกตลาดอื่น ๆ การไปรับฟังข้อมูลด้วยตัวเอง ณ สถานที่ประกอบธุรกิจจริง ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรทำทุกครั้ง

คำเตือนที่สำคัญ

การลงทุนในหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ (กรณีระดมทุนผ่าน ECF Portal ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องเท่านั้น) หากโครงการประสบความสำเร็จ จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงมาก แต่หากไม่ประสบความสำเร็จ ก็มีโอกาสสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนได้เช่นกัน ผู้สนใจลงทุน ต้องพิจารณาปัจจัยโอกาสและปัจจัยความเสี่ยงอย่างถี่ถ้วน และไม่ควรทุ่มลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงเกินไป แต่ควรกระจายความเสี่ยงอย่างเพียงพอ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายจำนวนมากจากบริษัทเดียว

Advertisements

Categories: Investment Articles