Investment Articles

เจาะลึก NRF ว่าที่หุ้นอาหารน้องใหม่เตรียมเข้า SET

ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจซึ่งมีความมั่นคง มีภูมิต้านทานจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่อยากลงทุนระยะยาว หนึ่งในธุรกิจที่ว่านั้นก็คือ ธุรกิจอาหาร แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด หรือเปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหน มนุษย์เราก็ยังคงต้องบริโภคอาหารเพื่อดำรงชีวิต ในตลาดหุ้นไทยเอง ก็กำลังจะมีหุ้นน้องใหม่ที่น่าสนใจในหมวดธุรกิจนี้อย่าง บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ “NRF” เตรียมจดทะเบียนเข้าตลาด SET และเพื่อเตรียมความพร้อมแก่นักลงทุนที่สนใจ วันนี้ TIF จะขอพาไปทำความรู้จักกับ NRF กันให้มากยิ่งขึ้น

NRF คือ บริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหาร รวมถึงอาหารมังสวิรัติที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และนม อาหารโปรตีนจากพืช น้ำสลัด ผลไม้อบแห้ง และเครื่องดื่มชนิดผงและน้ำ โดยผลิตภัณฑ์ของ NRF แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ เช่น เครื่องปรุงต้มยำ เครื่องปรุงแกง ตราพ่อขวัญ
  2. ผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต เช่น อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน อาหารมังสวิรัติและเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ  
  3. ผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) เช่น เส้นชิราตากิ หรือ เส้นบุก
  4. ธุรกิจผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape)

รายได้หลักของ NRF จะมาจากรายได้จากการขาย โดยมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิตสูงที่สุด โดย 3 เดือนแรก ปี 2563 คิดเป็นประมาณ 62.2% รองลงมาจะเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัท ประมาณเกือบ 26.0% และส่วนที่เหลือจะมาจากผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช

สำหรับสัดส่วนรายได้แบ่งตามภูมิภาค NRF จะมีรายได้จากการขายในต่างประเทศเป็นหลักโดย 3 เดือนแรก ปี 2563 คิดเป็นประมาณ 83.3% โดยโซนยุโรปคิดเป็น 35.1% โซนอเมริกาเหนือ 31.5%  และ ส่วนอีก 13.7% จะเป็นรายได้จากการขายในประเทศ

เจาะลึกแต่ละผลิตภัณฑ์ของ NRF

1. ผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต

  • NRF รับจ้างผลิตสินค้าและเครื่องดื่มให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยสามารถรับผลิตสินค้าได้ 4 กลุ่มประเภทผลิตภัณฑ์ ได้แก่ (1) กลุ่มเครื่องปรุงสำหรับการประกอบอาหาร (2) กลุ่มอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง (3) อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน (4) อาหารมังสวิรัติและเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ

  • NRF เตรียมที่จะขยายกำลังการผลิตเส้นบุก (Konjac) ซึ่งด้วยทิศทางและแนวโน้มการรักษาสุขภาพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก NRF จึงมองเห็นโอกาสเติบโต และทำการขยายกำลังการผลิต โดยมีสัญญาการผลิตรายปีกับผู้จัดจำหน่ายเส้นบุกรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา

2. ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ

  • NRF ผลิตและจำหน่ายสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ ให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยได้นำเสนอรสชาติดั้งเดิมตามแบบอาหารเอเชีย รวมทั้งยังพัฒนารสชาติและบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ตามความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งตราสินค้าปัจจุบันของบริษัทมีทั้งหมด 6 ตราสินค้า ได้แก่
    (1) พ่อขวัญ (Por Kwan) ที่เป็นตราสินค้าแรกของ NRF โดยมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์พ่อขวัญ เช่น เครื่องปรุงต้มยำ เครื่องปรุงรสไทย น้ำจิ้ม และเครื่องแกง
    (2) Lee Brand เป็นตราสินค้าที่เน้นที่ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องปรุงรสอาหารท้องถิ่นในแถบภูมิภาคเอเชีย น้ำซุปสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์อื่นที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของอาหารเอเชีย เช่น ซอสผัดพริกไทยดำ         ซอสเทอริยากิ ซอสยากิโตริ
    (3) Thai Delight เป็นตราสินค้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารสำเร็จรูปที่ไม่ต้องปรุงรส เช่น แกงเขียวหวานไก่ และผัดไท
    (4) Shanggie ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องปรุงรสอาหารและซุปกึ่งสำเร็จรูป เช่น ขิงดองสำหรับซูชิ เฝอ ซุปเกี๊ยว
    (5) DeDe เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องดื่มสำเร็จรูปทั้งชนิดผงและน้ำ เช่น น้ำมะพร้าว ชาไทย ชานมไข่มุก
    (6) Sabzu เป็นตราสินค้าที่ NRF ตั้งใจนำเสนอผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ที่มีพริกเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ซอสศรีราชา น้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มไก่ รวมทั้งพริกในรูปแบบขนมขบเคี้ยว

  • หากแบ่งสัดส่วนรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ สินค้าแบรนด์พ่อขวัญจะมีสัดส่วนรายได้สูงที่สุดที่ประมาณ 60% และรองลงมาจะเป็นสินค้าแบรนด์ Lee Brand ประมาณ 25%
  • นอกจากสินค้าจากทั้ง 6 แบรนด์แล้ว NRF กำลังอยู่ระหว่างออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ตราสินค้าใหม่ของบริษัทฯ ในบรรจุภัณฑ์ V-Shapes

3. ผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช

  • NRF ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้าอาหารโปรตีนจากพืช โดย NRF จะมีสูตรอาหารลับเฉพาะ เช่น ข้าวปั้นหน้าปลาไหลที่ทำจากพืช เนื้อบาร์บีคิวจากเนื้อขนุนดิบ และเส้นชิราตากิปรุงในซอสรสต่าง ๆ

  • NRF ยังได้ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช โดยร่วมทุนกับเบรคส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมผลิตอาหารโปรตีนจากพืชในทวีปยุโรป อีกทั้งยังได้ไปร่วมลงทุนใน Meatless Farm ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศอังกฤษที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมผลิตอาหารโปรตีนจากพืชเพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ นอกจากนี้ NRF ยังได้ไปร่วมลงทุนในกองทุนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพเกี่ยวกับอาหารโปรตีนจากพืช ผ่านบริษัท บิ๊กไอเดียเวนเจอร์ จำกัด (Big Idea Venture LLC) และกองทุนนิวโปรตีน (New Protein Fund I) เพื่อเข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

4. ธุรกิจผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape)

  • ในเดือนธันวาคม 2562 NRF ได้เข้าทำสัญญาเพื่อเข้าซื้อเครื่องจักรผลิตบรรจุภัณฑ์ V-shape และใช้เทคโนโลยีผลิตบรรจุภัณฑ์ V-shape ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ให้ความสะดวกสบายเหมาะกับผู้บริโภคทุกวัย โดยการเข้าซื้อในครั้งนี้ ก็จะช่วยให้บริษัทสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

สำหรับลูกค้าหลักของ NRF จะเน้นกลุ่ม B2B  รวมถึงจะเน้นการส่งออกสินค้าไปทั่วโลกมากกว่าการขายในประเทศ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. กลุ่มร้านขายของทั่วไป เช่น พวกร้านขายของชำ ร้านขายของเบ็ดเตล็ด และร้านโชห่วยต่าง ๆ
  2. กลุ่มโมเดิร์นเทรดหรือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ในต่างประเทศ เช่น Walmart
  3. กลุ่มซุปเปอร์มาร์เก็ต เช่น 7-Eleven
  4. กลุ่มลูกค้าฟูดส์เซอร์วิส เช่น Food panda
  5. กลุ่มลูกค้าออนไลน์

ในส่วนลูกค้าในประเทศไทยเกือบทั้งหมดจะเป็นบริษัทผู้ส่งออกสินค้า (Trader)

ผลการดำเนินงาน NRF

หากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปี 2562 NRF นั้นสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในปี 2562 กำไรสุทธิจะลดลงจากปี 2561 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนการตรวจสอบสินค้านำเข้าบางประเภททำให้รายได้จากการขายในโซนอเมริกาเหนือลดลง รวมทั้งยังมีปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทซึ่งยังคงแข็งค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2562 ทำให้ NRF ซึ่งเน้นส่งออกสินค้าและมีรายได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศเป็นหลักได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทนี้ด้วย แต่กระนั้นในปี 2562 NRF ก็มียอดขายในโซนยุโรปเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน 

สำหรับช่วง 3 เดือนแรก รายได้ในปี 2563 ก็เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องประกอบอาหารและเครื่องปรุงรส ทั้งแบบรับจ้างผลิตและภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ แม้ว่ารายได้จากการขายในประเทศจะลดลง จากสถานการณ์ COVID-19

ด้านฐานะการเงิน  ณ สิ้นปี 2562 NRF มีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 2,595.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ซึ่งเท่ากับ 2,459.5 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 5% โดยจะเพิ่มขึ้นหลัก ๆ จากการสร้างโรงผลิตเส้นบะหมี่ รวมถึงการลงทุนใน Meatless Farm และกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพในต่างประเทศ สำหรับหนี้สิน NRF มีหนี้สินในปี 2562 ทั้งสิ้น 1,423 ล้านบาท ลดลงจากปี 2561 ซึ่งเท่ากับ 1,461.3 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 2% โดยหนี้สินหลักของ NRF จะเป็นเงินกู้ระยะยาวกับสถาบันการเงิน ในขณะที่ช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 NRF มีสินทรัพย์ และหนี้สินทั้งสิ้น 2,588.7 และ 1,399.9 ล้านบาทตามลำดับ

ด้านอัตราส่วนทางการเงิน NRF มีอัตราส่วนสภาพคล่องในปี 2560, 2561, 2562 และไตรมาส 1 ปี 2563 เท่ากับ 0.9, 0.3, 0.9, 0.8 เท่าตามลำดับ โดยในปี 2561 ที่บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องลดลงอย่างชัดเจนเป็นผลมาจาก NRF มีเงินกู้ยืมระยะยาวส่วนที่ถึงกำหนดจำนวน 1,010.2 ล้านบาทในปีนั้น สำหรับอัตรากำไรสุทธิ NRF มีอัตรากำไรสุทธิในปี 2560, 2561, 2562 และไตรมาส 1 ปี 2563 เท่ากับร้อยละ 5.9, 8.4, 3.6, 7.4 ตามลำดับ โดยในปี 2562 ที่อัตรากำไรสุทธิลดลงนั้น เป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อกิจการและการจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในขณะที่ไตรมาส 1 ปี 2563 NRF มีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 คิดเป็นร้อยละ 3.8% จากการที่ NRF มีการประหยัดขนาดการผลิตที่มากขึ้น (Economies of Scale) และมียอดขายที่มากขึ้น รวมทั้งเงินสกุลบาทยังอ่อนค่าลงเล็กน้อยอีกด้วย

สิ่งที่ทำให้ NRF ได้เปรียบในการแข่งขันและน่าจับตามอง

  • เป็นผู้ผลิตอาหารรายแรก ๆ ของไทย ที่เตรียมเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต ทั้งในด้านการผลิตและการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในด้านอาหาร ผ่านการเข้าไปลงทุนใน Brecks, Meatless Farm และ Big Idea Venture
  • มีทีมวิจัยและพัฒนาภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถตอบโจทย์ในการผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการทั้งในด้านรสชาติและบรรจุภัณฑ์ โดยปัจจุบัน NRF มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 SKUs และสูตรอาหารมากกว่า 500 สูตร
  • คุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก จากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล
  • ช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งผ่านพันธมิตร 25 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น

สำหรับการระดมทุนโดยการเข้าสู่ตลาด mai ของ NRF ในครั้งนี้ ก็เพื่อนำเงินไปลงทุนโครงการเพิ่มเติมในอนาคต ได้แก่

(1) Big Idea Venture และ New Protein Fund I เพื่อเปิดโอกาสให้ NRF สามารถเข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมระดับโลก

(2) แพลนท์แอนด์บีนเบสต์ เพื่อรองรับขยายกำลังการผลิตอาหารโปรตีนจากพืช

(3) ซิตี้ฟูด เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับการเติบโตของ NRF ในอนาคต

(4) นำเงินส่วนหนึ่งไปชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทอีกด้วย

โดยการเสนอขายหุ้นของ NRF จะเสนอขายไม่เกิน 340 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท แบ่งเป็น (1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายโดย NRF จำนวน 290 ล้านหุ้น (2) หุ้นสามัญเดิมเสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม คือ DPA Fund S Limited จำนวน 50 ล้านหุ้น

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของการเสนอขายครั้งนี้ได้จากหนังสือชี้ชวน (Filing) ที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=288065

Categories: Investment Articles