Financial Markets Update

4 ก.พ. 64 | แนวโน้ม SET Index และภาวะลงทุนรอบโลก


SET Index — ปิดบวก 1.23 จุด ตามตลาดทั่วโลก ขึ้นมาที่ระดับ 1,482.98 จุด // แต่ แนวโน้มระยะกลาง (ดูภาพหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน) กลับเป็นขาลงแล้ว แบบยังไม่เป็นทางการ (ดูพรุ่งนี้อีกวัน) หลังจากดัชนีย่อลงมาติดต่อกัน 3 สัปดาห์ต่อเนื่อง และสัปดาห์นี้ยังฟื้นตัวได้ไม่แรงพอ // แนวโน้มขาลง & ขาขึ้น ให้ดูที่ทิศทางลูกศร MACD และแถบสีเขียว (แนวโน้มดีต่อนักลงทุน)/สีแดง (แนวโน้มแย่ต่อนักลงทุน) ในกราฟด้านล่างนี้

  • ดัชนี NASDAQ 100 ซึ่งสะท้อนราคาหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐฯ 100 ตัว สัปดาห์ก่อนเป็นขาลง สัปดาห์นี้กลับเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง
  • การซื้อขายสุทธิในตลาดหุ้นของนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ใน SET Index — ต่างชาติกลับมาขายสุทธิเยอะอีกครั้ง นับตั้งแต่ 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ม.ค. 64 เป็นต้นมา และวันนี้ขายสุทธิอีก 2.8 พันล้าน
  • ค่าเงินบาทเทียบ USD — ป้วนเปี้ยนแถวระดับ 30 THB/USD มาตั้งแต่ปลายปีก่อน แนวโน้มพลิกไปมารายสัปดาห์ แต่ล่าสุดก็พลิกเป็นฝั่งอ่อนค่า ซึ่งไม่เอื้อต่อการลงทุนในประเทศ (ถือสินทรัพย์ไทยมีมูลค่าลดลงอัตโนมัติในเทอมของเงินสกุลต่างชาติ) แต่ดีต่อการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศโดยนักลงทุนไทย (คูณค่าเงินกลับมาแล้วมีมูลค่าเพิ่มขึ้น)
  • ราคาน้ำมันดิบ — ภาพรวมบวกต่อเนื่องจากปลายปีก่อน แนวโน้มเป็นขาขึ้นมาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. 63 ช่วยหนุนดัชนีหุ้นไทยได้ผ่านหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีน้ำหนักเยอะในดัชนี
  • ทองคำ — ยังแนวโน้มยังอยู่ในขาลงมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 63

  • Snapshot ตลาดหุ้นที่สำคัญทั่วโลก ค่ำนี้ (ข้อมูลจาก tradingeconomics.com / cnbc.com) — บวกพื้นตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
  • snapshot ตลาดตราสารหนี้ไทย (ข้อมูลจาก ThaiBMA.or.th) — ราคาตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชน ลดลงเล็กน้อย นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพอสมควร ขณะที่ Gov Bond Yield ตัวสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง .. ซึ่งจะสะท้อนไปยังราคากองทุนตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง .. โดยที่ ราคา vs ผลตอบแทน ของตราสารหนี้ จะแปรผกผันกัน (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกอัตราดอกเบี้ยและราคาตราสารหนี้ได้ ที่นี่)

บอกกล่าว

  • สัญญาณขาขึ้นขาลงที่อยู่ในกราฟ (ตัวหนังสือ MACD พร้อมหัวลูกศร) มาจากเครื่องมือ MACD ซึ่งสัญญาณนั้นเป็น “ผล” จาก “เหตุปัจจัยต่าง ๆ” เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น การเมืองไทย การเมืองโลก เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก ภาวะธุรกิจตลอดจนข่าวของบริษัทเอง ฯลฯ … เราจึงดูกราฟเพื่อให้รู้ว่าปัจจัยต้นเหตุต่าง ๆ การคาดการณ์ต่าง ๆ ในช่วงนี้ ส่งผลต่อแนวโน้มราคาในระยะนี้ต่อไปถึงอนาคต “ใกล้ ๆ” อย่างไรบ้าง … แต่เราไม่สามารถเอากราฟซึ่งเป็น “ผล” กลับไปพยากรณ์ “เหตุ” ในอนาคตไกล ๆ ได้ ไม่ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร หรือแนวเทคนิกแบบไหนก็ตาม
  • อ่านเพิ่มเติมเรื่อง MACD ได้ >> ที่นี่ (หลักการ) และ ที่นี่ (การดูแนวโน้ม)
  • ข้อมูลตลาดหุ้นจะใช้ SET Index เป็นตัวแทน เพื่อให้นำเสนอข้อมูลภาพรวมได้จริงในทางปฏิบัติ ภาวะของหุ้นรายตัวอื่น ๆ อาจต่างไปจากภาวะของตลาดโดยรวมก็ได้ นักลงทุนจึงควรพิจารณาสถานะของหุ้นรายตัวที่นักลงทุนสนใจ ควบคู่กันไป