สรุปภาวะตลาด: วันที่ 12 ธ.ค. 57

screenshot.463

มีให้เลือก 2 ทาง 1) ถือเงินสด 2) ชอร์ทฟิวเจอร์ส

12 Dec 14(คลิกที่รูป เพื่อชมขนาดใหญ่ขึ้น)

สถานะของตลาดและของปัจจัย

  1. แนวโน้มตลาดระยะกลาง-ยาว (กราฟซ้ายบน): เป็นขาลงอย่างแรง นับเป็นสัปดาห์ที่ปรับลดลงแรงที่สุดในรอบหนึ่งปีกว่า
  2. แนวโน้มตลาดระยะสั้น (กราฟซ้ายล่าง): อยู่ในขาลงเป็นวันที่ 6 และยังลงอย่างรุนแรงเช่นกัน
  3. การซื้อขายสุทธิของนักลงทุน: ฝรั่งขายหนักและขายติดต่อกันหลายวัน สถาบันและรายย่อยก็พยุงไม่อยู่
  4. เงินบาท: หลังจากเด้งอ่อนค่าไปแตะ 33 THB/USD ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ก็ค่อย ๆ แข็งค่ามาเรื่อย จนปัจจุบันมาอยู่ที่ 32.8x ต้น ๆ
  5. ตลาดต่างประเทศ: ลบเยินทั่วโลก เหตุจากราคาน้ำมันดิ่ง ซึ่ง Hugh Johnson, chairman of Hugh Johnson Advisors ให้เหตุผลไว้ใน CNBC.com ว่า “Everybody likes to say the price decline in oil is good news for the U.S. economy, but the real issue is this is really bad news for Russia, and by implication, bad news for Europe, which does a lot of business with Russia. The problems in Russia are getting transmitted to Europe, and Europe is an important trading partner for the U.S.” แปลได้ว่า “ทุกคนคิดว่าราคาน้ำมันที่ดิ่งลงเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ แต่ความจริงแล้วกลับเป็นผลร้ายต่อรัสเซีย ซึ่งเท่ากับว่าเป็นผลร้ายต่อยุโรปด้วย เนื่องจากยุโรปทำธุรกิจมากมายกับรัสเซีย ปัญหาของรัสเซียกำลังส่งผ่านมายังยุโรป และยุโรปเป็นคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ” … เท่ากับว่าเป็น Butterfly effect เจ็บทั่วกัน

สรุปมุมมอง เมื่อใช้ SET Index เป็นตัวแทนของหุ้นโดยรวม …

  • หากมองตลาดในกรอบเวลาหลายสัปดาห์-หลายเดือน (Weekly time frame) เป็นขาลงอย่างเป็นทางการ และรุนแรง ใครมีเงินสด ถือไว้ อย่าคันมือ อย่าเดา Bottom เอาเองถ้ายังไม่เห็นของจริง (จะเห็นได้ก็ต้องให้มันหยุดลง นิ่ง ๆ และเด้งขึ้นบ้างซะก่อน … นอกเหนือจากนี้ คือเดา สุ่ม เสี่ยง) … ใครมีหุ้น ทยอยขายออกมา
  • หากมองตลาดในกรอบเวลาหลายวัน (Daily time frame) ยังอยู่ในขาลงแรงเช่นกัน ใครมีเงินสด ถือไว้ก่อน ใครมีหุ้นถ้าลงต่อก็ทยอยปล่อยของออกมาเช่นกัน

หมายเหตุ

  • ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ข้อมูลที่ได้จากกราฟ เป็น “ผล” จาก “เหตุปัจจัยต่าง ๆ” เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น การเมืองไทย การเมืองโลก เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก ภาวะธุรกิจตลอดจนข่าวของบริษัทเอง ฯลฯ … เราจึงดูกราฟเพื่อให้รู้ว่าปัจจัยต้นเหตุต่าง ๆ ในช่วงนี้ มันส่งผลต่อราคาในช่วงนี้ต่อไปถึงอนาคตใกล้ ๆ อย่างไรบ้าง … แต่ไม่สามารถเอากราฟซึ่งเป็น “ผล” กลับไปพยากรณ์ “เหตุ” ในอนาคตได้ … อาการของราคาหุ้นในตอนนี้จึงไม่สามารถใช้คาดการณ์ราคาหุ้นในอนาคต “ไกล ๆ” ได้อย่างมีเหตุมีผลเช่นกัน ไม่ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร แนวเทคนิกเคิลแบบไหน … ก็ตาม
  • กราฟจาก Aspen for Windows

#ว่ากันตามข้อมูล #ค่อยๆดูไป #รีบปรับตัว #อย่าฝืนความจริง

Advertisements

Leave a Reply